THE FABRIC OF CULTURE
นิยามภูเก็ตใน 3 คำ
"วัฒนธรรม สถาปัตยกรรมและการแต่งกาย"
ภูมิรู้สึกว่าภูเก็ตมีความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวโยงกันไปหมด
ตั้งแต่สถาปัตยกรรม ที่ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่ยังถูกสร้างตามหลักฮวงจุ้ย
จนถึงการถ่ายทอดวัฒนธรรมของชาวจีนฮกเกี้ยนและคนพื้นเมือง
จนเกิดเป็นลายผ้าปาเต๊ะที่เราภูมิใจ
YAYEE กับคุณค่าเพื่อชุมชนและการรับผิดชอบต่อสังคม
ตั้งแต่ที่ภูมิได้เข้ามาดูแลกิจการ ภูมิก็หวังว่ากิจการของเราจะเป็นส่วนหนึ่งกับชุมชน
และช่วยคนภูเก็ตให้ดียิ่งขึ้น เพราะภูมิไม่ได้มอง YAYEE เป็นแค่ธุรกิจเสื้อผ้า
แต่จะต้องสร้างคุณค่าและต่อยอดพัฒนาได้อีกด้วย
เช่นเดียวกับที่ภูมิสร้างงานสร้างอาชีพให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำ สอนอาชีพให้กับเขา
สอนการตัดเย็บจากเศษผ้าที่เหลือ ดังนั้น ธุรกิจของเราจึงไม่สร้างขยะให้สังคม
เศษผ้าที่เหลือจะนำไปให้คนในเรือนจำได้ฝึกอาชีพ พอเขาผลิตออกมาเราก็ส่งไปขาย
ตามสนามบินและต่างประเทศ และสร้างกองทุนผู้ต้องขัง เพื่อให้เขาได้มีอาชีพ มีรายได้
รวมถึงศูนย์การเรียนรู้ กศน.กะทู้และกลุ่มผู้สูงอายุที่เคยทำงานด้านตัดเย็บมาก่อนด้วย
พงศ์พิวิชญ์ ทั่วไตรภพ
นิตยสาร NOK JIB JIB ฉบับเดือนมีนาคม-เมษายน 2567
ชุดผ้าปาเต๊ะ Yayee
เป็นแบรนด์พื้นเมืองของจังหวัดภูเก็ต สร้างโดยลูกหลานชาวภูเก็ต ผลิตเสื้อผ้าด้วยฝีมือชาวบ้านคนภูเก็ต บนความตั้งใจที่อยากให้ผ้าปาเต๊ะเป็นที่รู้จักในระดับสากลชุดผ้าปาเต๊ะ YAYEE (ยาหยี) ชุดปาเต๊ะยาหยีเป็นงานทำมือ ทุกตัวที่ผลิตออกมาจะไม่ซ้ำกัน ขึ้นอยู่กับการวางลายผ้า เป็นเทคนิคของช่างและการออกแบบเชิงศิลปะ
ผ้าปาเต๊ะทุกผืนมีเสน่ห์ในการทำหน้าที่เล่าเรื่องราวของตัวเองผ่านพื้นที่ความยาว 2 หลา กว้าง 40 นิ้ว ผ้าปาเต๊ะมีความหลากหลาย แตกต่างกันตามความละเอียดของผ้า ในชนิดของผ้าที่ละเอียดที่สุด เรียกว่า ผ้าปาเต๊ะทูริส (Batik Tulis) หรือปาเต๊ะเขียนมือดั้งเดิม ร้านยาหยีเองก็ขายผ้าชนิดนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นประเภทผ้ากลุ่มที่แพงที่สุด ใช้ปากกาเขียนเทียนทองเหลือง ช่างวาดจะตักน้ำเทียนแล้ววาดด้วยมือทั้งผืน พร้อมใส่เรื่องราวบางอย่างไว้
ผ้าท้องถิ่นบอกกับเราว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ใส่อยู่ในผ้าหนึ่งผืน ล้วนเชื่อมโยงเรื่องราวกันเสมอ
ผ้าปาเต๊ะได้บอกกับเราว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ใส่อยู่ในผ้าหนึ่งผืน ล้วนเชื่อมโยงเรื่องราวกันเสมอชุดผ้าปาเต๊ะ YAYEE ถูกปรับเปลี่ยนดีไซน์มาทั้งหมด 3 ยุค
ยุคแรก เป็นชุดคลุมตัวใหญ่ ฟรีไซส์ ใส่ง่ายสำหรับคนต่างชาติ ดีเทลน้อย เน้นขายชาวจีน ชาวตะวันออกกลาง และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาภูเก็ตเป็นหลัก
ยุคที่สอง เป็นชุดออกงานสังคมสำหรับผู้ใหญ่โดยเฉพาะ ดูดีมีภูมิฐาน เริ่มขายในตลาดคนไทย เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใส่ออกงานสังคม
ยุคที่สาม เป็นช่วงที่ภูมิเข้ามาดูแลเต็มตัว สไตล์ชุดจึงมีความเป็นทันสมัยขึ้นมาก สีและลวดลายบนผ้าเปลี่ยนไป สามารถสวมใส่ไปทำงานได้
“ยาหยีมีแบบลายผ้าประมาณสามสิบแบบในร้าน สมมติลูกค้าอยากได้ชุดตามแบบเดิมที่เคยซื้อไป แต่เรามีผ้าผืนใหม่แล้ว ชุดตัวใหม่ก็ต้องถูกร้อยเรียงขึ้นมาอีกแบบ เราต้องมองอีกรอบหนึ่งว่าผ้าผืนนี้จะเอาหน้าผ้า หรือเอาเนื้อผ้าไปตัดแบบไหนได้บ้าง เรียกได้ว่าคนที่ใส่ชุดยาหยีจะเอกลักษณ์ ต่อให้บอกว่าชุดแบบเดียวกัน แต่เรื่องราวบนผ้าต่างกันเลย”


